-
February 28th, 2012Uncategorized
ด้วยวัฒนธรรมการกินที่เปลี่ยนไป ทำให้หนุ่มสาววัยใสที่กินไม่ระวังเริ่มตุ้ยนุ้ยก่อนวัยอันควร ใครกำลังหนักใจ เรามีอาหารที่มีการศึกษาว่าช่วยสลายไขมัน โดยเฉพาะไขมันรอบเอวได้อย่างมีประสิทธิภาพมาฝาก ลองกินตามสูตรนี้ดูนะคะ
1. อะโวคาโด อะโวคาโดอุดมไปด้วยสารเบตาซิสโตสเตอรอล ซึ่งช่วยในการดูดซึมคอเลสเตอรอล มีเส้นใยอาหาร ทั้งชนิดที่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยขจัดคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากร่างกาย และชนิดที่ไม่ละลายน้ำซึ่งช่วยป้องกันอาการท้องผูก ปริมาณแนะนำต่อวัน: ¼ ถ้วย
2. บรอกโคลี่ นักวิจัยระบุว่าสารอาหารอย่างแคลเซียมช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีที่จะสะสมไว้เป็นไขมันส่วนเกินได้ และบร็อกโคลี่ก็มีดีที่เป็นแหล่งแคลเซียมซึ่งไม่มีไขมัน ปริมาณแนะนำ: 1 1/2 ถึง 2 ถ้วย
3. ถั่วและเมล็ดพืชต่า งๆ มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีส่วนช่วยควบคุมน้ำหนักได้ โดยเฉพาะถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดพืชต่าง ๆ เช่น อัลมอนด์ มะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดฟักทอง พิสทาชิโอ ปริมาณแนะนำต่อวัน: 2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมัน เลือกกินน้ำมันที่มีประโยชน์ช่วยลดน้ำหนักได้ น้ำมันพืชต่าง ๆ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันชา น้ำมันถั่วเหลือง ปริมาณแนะนำต่อวัน: 1 ช้อนโต๊ะ
นอกจากดูแลเรื่องอาหารการกินแล้ว ก็ต้องออกกำลังกายเป็นประจำด้วยนะคะ
-
February 28th, 2012Uncategorized
ปากมีไว้กิน จมูกมีไว้หายใจ อ้าว… แล้วทำไมถึงไปหายใจทางปากเสียล่ะ จมูกเขายังไม่ต้องการตัวช่วยหรอกค่ะ บางคนบอกว่าหายใจทางปากไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน?
แต่จริง ๆ แล้วมีข้อเสนอค่ะ เพราะตามปกติปากเป็นทางผ่านของอาหาร และน้ำ ไม่ใช่อากาศ ดังนั้น ปากจึงไม่สามารถป้องกันเชื้อโรค หรือช่วยปรับอุณหภูมิของอากาศที่เราหายใจเข้าไปได้
ขณะที่จมูกซึ่งทำหน้าที่โดยตรงจะเปรียบเหมือนเครื่องปรับอากาศ ที่ช่วยกรองฝุ่นละอองและเชื้อโรค เพิ่มความชุ่มชื้นและปรับอุณหภูมิของอากาศที่เราหายใจเข้าไป ให้เท่ากับอุณหภูมิของเลือดในกายค่ะ
รวมพลังหารสองเห็นจะเอามาใช้กับงานนี้ไม่ได้ผล ถ้ายังไงมาหายใจทางจมูกกันดีกว่าค่ะ
-
February 28th, 2012Casino online, Slot Online, Sport Betting, Uncategorized, ความรู้ทั่วไป
คุณ ๆ ที่เพิ่งทำงานหรือออกกำลังใช้แรงมาอย่างหนัก ร่างกายย่อมอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเป็นธรรมดา บางคนอาจมีอาการหน้ามืดเหมือนจะเป็นลม ตัวสั่นพ่วงมาด้วย ใครที่มีอาการทำนองนี้ หากอยากเรียกความสดชื่นกลับคืนมา เรามีคำแนะนำมาฝาก
การที่ร่างกายมีอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรง เป็นเพราะภาวะน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง ดังนั้นทางแก้อาการดังกล่าวก็โดยเติมน้ำตาลให้กับเลือด คุณอาจเลือกดื่มน้ำส้มคั้นสด ๆ สักแก้ว หรือจะเป็นอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมได้เร็ว เช่น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง หรือใครจะเลือกรับประทานผักสดและผลไม้สด ๆ แทนก็ให้ผลไม่ต่างกันค่ะ
อาหารที่แนะนำไปข้างต้นจะนำความสดชื่นมาสู่ร่างกาย ให้คุณกลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง นอกจากจะได้ผลดี ยังมีประโยชน์มากกว่าน้ำผสมกลูโคสหรือเครื่องดื่มผสมสารรสหวานต่าง ๆ ที่เราส่วนใหญ่มักชอบดื่มกันเสียอีก
Tags: casino, game, game online, sport, คาสิโน, คาสิโนออนไลน์, บาคาร่า -
February 28th, 2012Uncategorized
อาการทรมานก่อนมีรอบเดือนที่คุณผู้หญิงจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญ ทั้งอาการทางจิตใจที่ส่งผลทำให้อารมณ์แปรปรวนไม่คงเส้นคงวา ซึมเศร้า เหงาหงอย หดหู่ กังวล เจ้าน้ำตา รวมถึงอาการทางร่างกายที่ต้องรู้สึกปวดหัว ปวดท้อง ปวดเมื่อยตามร่างกาย เจ็บคัดตึงหน้าอก ระบบขับถ่ายแปรปรวน อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ร่างกายไม่สดชื่น เกิดอาการนอนไม่หลับ ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีอาการดังกล่าว คุณทราบหรือไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ถือเป็นอาการป่วยทางร่างกายชนิดหนึ่งที่เรียกว่า PMS หรือ Premenstrual Syndrome ซึ่งอาการดังกล่าวนี้ เพียงแค่ส่งผลกระทบในช่วงก่อนและระหว่างการมีรอบเดือน ภายใน 1-10 วันเท่านั้นค่ะ
อาการ PMS ที่ว่านี้ เกิดจากการที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน มีมากเกินไป สองคือร่างกายเกิดภาวะการขาดฮอร๋โมนโปรเจสเตอรอน สามคือ รับประทานอาหารไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ และท้ายสุดคือ ปัจจัยทางด้านจิตวิทยาค่ะ ซึ่งอาการต่าง ๆ เหล่านี้คุณสามารถลดและขจัดให้หมดไปด้วยวิธีง่าย ๆ ด้วยการใส่ใจดูแลสุขภาพต่อไปนี้ค่ะ
บำบัดอาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ ด้วยโภชนาการที่ดี คือรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ (เพราะอาหารที่มีไขมันสูงจะไปเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่เป็นสาเหตุหลักของอาการ PMS) ที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 6 สังกะสี (Zinc) และกากใยอาหาร ซึ่งมีมากในตับ เครื่องในสัตว์ เนื้อปลา นม ไข่แดง เมล็ดถั่ว ธัญพืช ข้าวซ้อมมือ กล้วย กะหล่ำปลี ในผักและผลไม้ต่าง ๆ เป็นต้น
บำบัดอาการไม่สบายทางร่ายกาย ด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และช่วยขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายเพื่อลดอาการบวมน้ำ และยังช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (สารแห่งความสุข) เพียงแค่คุณออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที หรือออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 3 วัน ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่งหรือ ว่ายน้ำ ก็เป็นยาวิเศษต้าน อาการ PMS ได้เป็นอย่างดีค่ะ
บำบัดอาการเจ็บ คัด ตึงหน้าอกและบำรุงผิวพรรณ ด้วยน้ำมันอีฟนิ่ง พริมโรสออยล์ ซึ่งมีกรดไขมันแกมมาไลโนลิก ที่ช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมน ลดอาการเจ็บหน้าอก และช่วยบำรุงผิวพรรณให้นิ่มนวลชุ่มชื่นค่ะ งดอาหารบางประเภท เช่น อาหารหวานจัด น้ำตาล คาเฟอีน แอลกอฮอล์ บุหรี่ ทั้งหมดนี้ไม่ดีต่อสุขภาพและเป็นตัวการสำคัญที่ไปกระตุ้น ให้คุณต้องทรมานกับอาการ PMS อย่างรุนแรงมากขึ้น เห็นหรือไม่คะว่าทั้งหมดนี้เป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยรักษาสมดุลให้กับร่างกาย ช่วยให้คุณต่อต้านกับอาการดังกล่าว พร้อมรับวันนั้นของเดือนได้อย่างมั่นใจ ด้วยอารมณ์ที่แจ่มใสร่าเริงค่ะ
-
February 20th, 2012Uncategorized
หากคุณสาว ๆ กลัวว่าการทำเล็บหรือทาเล็บบ่อย ๆ จะทำให้เล็บอ่อนแอ เปราะบาง ฉีกง่าย เรามีสูตรบำรุงมือและเล็บพร้อมกับผิวที่เนียนนุ่มมาเสิร์ฟกันค่ะ
ขั้นแรกก็แค่เตรียมน้ำอุ่นแล้วแช่มือลงไปประมาณ 2-3 นาที ซับมือให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ๆ จากนั้นนำมะนาวครึ่งผลมาถูให้ทั่วทั้งเล็บและนิ้วแบบเบามือ ถูไปเรื่อย ๆ จนทั่ว แม้น้ำมะนาวหมดก็ให้ขัดถูต่อไปสักพัก และทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำอุ่นกับสบู่เด็กจนสะอาด และซับให้แห้งอีกครั้ง
วิตามินและสารบำรุงผิวในผลและผิวมะนาว จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เล็บ และขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยให้เห็นผิวที่กระจ่างใส แต่ไม่ควรทำในช่วงที่เล็บหรือนิ้วมีบาดแผล เพราะจะทำให้เกิดการแสบจากฤทธิ์ของน้ำมะนาวได้ค่ะ
-
February 2nd, 2012Uncategorized
ตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหาอ้วนลงพุง คือ ผู้ชายเกิน 90 เซนติเมตร ผู้หญิงเกิน 80 เซนติเมตร ซึ่งคนที่อ้วนลงพุงจะมีไขมันสะสมในช่องท้องปริมาณมาก ยิ่งรอบพุงมากเท่าไหร่ไขมันยิ่งสะสมในช่องท้องมากเท่านั้น
ไขมันที่สะสมนี้จะแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระเข้าสู่ตับ มีผลให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานมากกว่าคนไม่อ้วนหรือคนไม่มีพุงประมาณ 3 เท่าตัว และเมื่อเป็นเบาหวานแล้วจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดที่หัวใจและที่สมองขึ้นอีกประมาณ 3 เท่าตัว ดังนั้นใครที่ยิ่งพุงใหญ่เท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสเสียชีวิตเร็วขึ้น
ในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรค ทำได้โดยการปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหวออกแรงและออกกำลังกาย และวางแผนปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหาร โดยกินผักให้มากขึ้น ลดการกินอาหารหวานจัด เค็มจัด อาหารที่มีไขมันสูง ในการออกกำลังกายเพื่อลดไขมันในช่องท้อง ควรออกกำลังกายชนิดที่ชื่นชอบ สัปดาห์ละ 3 วันๆ ละไม่น้อยกว่า 30 นาที จะช่วยควบคุมน้ำหนักให้คงเดิม
ส่วนผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักควรออกกำลังกายแบบแอโรบิก ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 45 นาที โดยมีการออกกำลังกายแบบเพิ่มแรงต้านด้วย เช่น การยกน้ำหนัก ทำให้ขนาดกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น เกิดการเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น น้ำหนักที่ลดลงไปก็จะลดไขมันที่มีอยู่ด้วย สำหรับกลุ่มอายุ 40-50 ปี ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ วิธีลดน้ำหนักที่ให้ผลดีคือ การเดินเร็วอย่างต่อเนื่องซึ่งสามารถทำได้ง่ายมาก โดยหากเดินเร็วเพียงวันละ 1 ชั่วโมงจะลดโอกาสการเกิดโรคอ้วนได้ร้อยละ 24
-
February 2nd, 2012Uncategorized
ใครที่ไม่อยากให้ผิวมีเซลลูไลท์มากเกินไป วันนี้เกร็ดความรู้มีอาหารต้านเซลลูไลท์มาบอกกัน….
เซลลูไลท์ คือ ผิวหนังที่ขรุขระคล้ายผิวเปลือกส้ม เกิดจากสาเหตุสำคัญคือ เซลล์ไขมันที่สะสมตัวเป็นก้อนอยู่บริเวณใต้ชั้นหนังแท้มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างผิดปกติ จนทำให้ผนังหุ้มเซลล์เกิดการบิดเบี้ยวเพราะถูกดึงรั้งอยู่ใต้ผิวหนัง และเกิดเป็นรอยตะปุ่มตะป่ำคล้ายผิวของเปลือกส้มที่อาจมองเห็นได้ชัดเจนจากผิวหนังชั้นนอก
รับประทานอาหารกระชับผิว
เน้นรับประทานผัก ผลไม้สดให้มาก ๆ เพราะวิตามินซีและวิตามินอีนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ผิวหนังกระชับขึ้นเสริมสร้างการไหลเวียนของโลหิต
การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมัน รวมทั้งน้ำมันปลา ถั่ว และเมล็ดพืช ก็ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตได้รับประทานอาหารโปรตีน ไขมันต่ำเป็นประจำ
เซลลูไลท์เป็นเซลล์ที่สะสมของเหลวได้มากกว่าเซลล์ทั่วไป จึงมีทั้งของเหลว ไขมัน และสารพิษอยู่ ทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตกับน้ำเหลืองไม่คล่องตัว ซึ่งสารแอลบูมินที่มีอยู่ในอาหารกลุ่มโปรตีนไขมันต่ำจำพวกถั่วสามารถช่วยลดระดับของเหลวนี้ได้ และควรจะลดอาหารเค็มควบคู่กันไปด้วยลดอาหารมันและหวาน
อาหารทั้งมันและหวานจะเพิ่มอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวหนังหย่อนยานลง เกิดริ้วรอย และยิ่งเป็นอาหารที่มันเยิ้มและหวานเจี๊ยบก็ยิ่งจะไปเพิ่มแคลอรีให้กับร่างกายด้วย ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นถ้าไม่อยากให้ผิวมีเซลลูไลท์มากเกินไป ก็ลองหันมารับประทานอาหารที่แนะนำกันดู
-
February 2nd, 2012Uncategorized
สาวๆ ทั้งหลายที่ชอบทานพวก ส้มตำปูดอง ปลาร้าดอง ยำปูเค็ม ผักดอง ผลไม้ดอง หน่อไม้ดอง ฯลฯ ที่ดองๆ ทั้งหลายควรระมัดระวังในการทานของพวกนี้ เพราะถ้าทานเข้าไปในปริมาณมาก หรือทานเป็นประจำ ระวังจะมีอาการดังต่อไปนี้
1. ปวดท้องน้อย
จะปวดเวลาที่เราใกล้จะมีประจำเดือนมากหรือช่วงมีประจำเดือน 1-2 วันแรกปวดมากผิดปกติ (คือถึงกินยาแก้ปวดก็ไม่หาย หรือทุเลาแค่นิดหน่อย)
2. มีตกขาวเยอะมากกว่าปกติ
คุณดูเวลาที่คุณทานพวกของดองเสร็จแล้ว สักพักร่างกายของคุณจะขับตกขาวสีขุ่นๆ ขาวหรือขุ่นเหลือง-เขียว เยอะและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาด้วย
3. คันยิบๆ ตลอดที่จุดซ่อนเร้น
เวลาที่มีตกขาวออกมาเยอะ (เนื่องจากตกขาวของคุณเกิดอาการอักเสบ) ถ้าหากว่าคุณมีอาการเริ่มต้นดังต่อไปนี้ แนะนำว่าควรไปตรวจที่แผนกสูติฯ ตามโรงพยาบาลต่างๆ ทันที (ตรวจภายใน อุลตร้าซาวน์ ตรวจมะเร็งปากมดลูก ตกขาว ช็อกโกแลตซีสต์) ถ้าอายุน้อยๆ ควรตรวจตั้งแต่แรกจะดีมาก (ถ้าบางคนไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนก็บอกหมอได้) เพื่อป้องกันสุขภาพของคุณๆไว้ก่อน แต่ทางที่ดีคุณควรจะงดทานของดองไปตลอด หรือหลีกเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยง แล้วสุขภาพของคุณจะดีขึ้นมากๆเลยค่ะ คุณจะไม่ปวดท้องน้อยเนื่องจากอาการอักเสบของมดลูกอีกเลย เพราะอาการดังกล่าวอาจจะก่อให้เกิดโรคที่คุณผู้หญิงทั้งหลายไม่รู้ก็ได้
ที่บอกไว้ เนื่องจากเพราะเกิดกับตัวเอง ทำให้สุขภาพโทรม และพอหยุดกินของดองพวกนี้ไป สุขภาพดีขึ้นและทานยาบำรุง (พวกวิตามินซี วิตามินรวม ผัก ผลไม้สด กินของที่มีประโยชน์แทน)
-
February 2nd, 2012Uncategorized
ใครเคยทานแกงกะหรี่บ้าง? แล้วรู้หรือไม่ว่า แกงกะหรี่สามารถช่วยหยุดมะเร็งเต้านมได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีมาฝากกัน…
ศูนย์ เอ็ม ดี แอนเดอร์สัน มหาวิทยาลัยเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า สารเคอร์คิวมินที่อยู่ในขมิ้น เครื่องเทศที่มีอยู่ในส่วนผสมหลักของแกงกะหรี่นั้น สามารถช่วยหยุดยั้งมะเร็งเต้านม ไม่ให้ลุกลามไปที่อื่นได้
ทางสถาบันได้ทดลองกับหนูที่เป็นมะเร็งเต้านม พบว่า หนูที่ได้รับสารเคอร์คิวมินเพียงอย่างเดียว สามารถทำให้ก้อนเนื้อเล็กลงเรื่อยๆ การค้นพบนี้กลายเป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม
ส่วนคุณผู้ชาย สามารถทานแกงกะหรี่ เพื่อช่วยชะลอมะเร็งต่อมลูกหมากได้ เนื่องจากมีสารเคอร์คิวมิน อีกทั้งช่วยลดอาการอัลไซเมอร์ได้
รู้อย่างนี้แล้ว ลองหันมาทานแกงกะหรี่ เพื่อสุขภาพที่ดี
-
February 2nd, 2012Uncategorized
สาวๆ เคยสำรวจตัวเองกันบ้างหรือเปล่าว่า ร่างกายมีสิ่งผิดปกติใดแอบแฝงอยู่หรือไม่ ลองใช้มือบีบที่บริเวณต้นขาหรือตะโพกดูสิคะ หลายคนอาจพบว่ามีก้อนเนื้อเป็นลอนๆ ไม่เรียบเนียนอยู่ใต้ผิวหนัง นั่นคือ “เซลลูไลท์” ศัตรูตัวร้ายของคุณผู้หญิงเลยล่ะค่ะ…!
ต้องยอมรับว่า เซลลูไลท์ เป็นปัญหาตัวฉกาจสำหรับคุณสุภาพสตรีทั้งหลายเอามากๆ เพราะปัจจุบันผู้หญิงสมัยใหม่นิยมแต่งตัวตามแฟชั่น ซึ่งแฟชั่นเดี๋ยวนี้คงหนีไม่พ้นกางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้นจู๋โชว์เรียวขา สร้างความหนักใจให้สาวๆ ที่สะสมไขมันไว้เป็นอย่างมากเพราะขาดความมั่นใจ
วันนี้เรามาไขปัญหานี้ให้กับสาวๆ ที่รักสวยรักงามกันดีกว่าโดย แพทย์หญิงภัทรา พิมลศานติ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง โรงพยาบาลยันฮี ให้ความรู้ว่า เซลลูไลท์ คือ ส่วนหนึ่งของไขมันที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในชั้นหนังแท้ส่วนล่าง เกิดขึ้นเนื่องจากระบบไหลเวียนของหลอดเลือดดำและน้ำเหลืองทำงานลดลง ทำให้ผนังกั้นดึงรั้งไขมันแล้วเกิดเป็นพังผืด ซึ่งจะมีลักษณะเป็นก้อนไขมัน ขรุขระ อยู่ใต้ผิวหนัง คล้ายผิวเปลือกส้มไม่เรียบเนียน
เซลลูไลท์พบได้ทุกส่วนของร่างกาย แต่ส่วนมากบริเวณที่พบบ่อย คือ ตะโพก หน้าท้อง ต้นขา และแก้มก้น สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วนเท่านั้น โดยเฉพาะกับผู้หญิงเพราะมีระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุล เนื่องจากสาเหตุการเกิดเซลลูไลท์มีปัจจัยจากระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุล ทำให้เอสโตรเจนเพิ่มขึ้น การสลายไขมันลดลง
นอกจากนี้กรรมพันธุ์ เชื้อชาติและการใช้ชีวิตประจำวันก็มีปัจจัยทำให้เกิดเซลลูไลท์ โดยเฉพาะการควบคุมอาหารที่ไม่ดี ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่และมีความเครียด ดังนั้นเราจึงควรปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันเสียใหม่โดยการควบคุมอาหาร เช่น งดรับประทานอาหารกลุ่มแป้ง ไขมัน และรับประทานผักผลไม้ ดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ พยายามพักผ่อนให้เพียงพอและไม่ควรมีความเครียดมากจะช่วยลดการเกิดเซลลูไลท์ได้
แต่หากสาวๆ ที่มีเซลลูไลท์สะสมมาก สามารถรักษาได้ด้วยการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อความปลอดภัย ซึ่งโดยปกติแล้วทางการแพทย์จะใช้เครื่องมือในกลุ่มเครื่องนวด ดูดให้ระบบหมุนเวียนเลือดและน้ำเหลืองดีขึ้น หรือเครื่องมือในกลุ่มคลื่นความถี่วิทยุ ใช้ความร้อนสลายไขมันและกระตุ้นคอลลาเจน วิธีนี้มีผลข้างเคียงน้อยหรือใช้เครื่องมือกลุ่มเลเซอร์ ช่วยสลายไขมัน แต่การรักษาจะไม่หายขาด หากเรายังมีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเซลลูไลท์
คุณผู้หญิงทั้งหลายทราบแล้วอย่าลืมนะคะว่า…ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง หากเราไม่รู้จักดูแลตัวเองให้เป็นสาวสุขภาพดี คงไม่กล้าไปโชว์ความงาม หรือโชว์สัดส่วนให้ใครดูเป็นแน่

Recent Comments